 |
อนึ่งถึงทีมงานจัดวางแผนรายการ ผมขอถามคำถามเพื่อไขข้อข้องใจดังนี้ 1. เอา ตย.ว่า เดิมที routineปกติของ นาย ก.ที่วันๆนั่งอยู่หน้าจอ เข้าเนท , เล่นirc , ดูอนิเม ชอบอนิเมเด็กๆสาวน้อย แล้วให้มาอยู่ในบ้านที่ไม่มี activites ตามที่เค้าเคยกระทำอยู่ทุกวัน ถ้าแค่เข้าค่ายซักสิบวัน ก็ยังพอทนได้ แต่นี่ 70 วัน การันตีได้ยังไงว่าเค้าจะสนุกสนานกับ กิจกรรมที่เตรียมไว้ (แต่ถ้าเพื่อเงิน , ของรางวัล ก็คงยอมล่ะมั๊ง) เพราะไม่เห็นพูดถึงรายละเอียดของกิจกรรม ใครทนอยู่รอด the last man standing เป็นผู้ชนะ? ผมมองว่ามันจะเป็น เกม มากกว่า เรียลลิตี้ล่ะครับ 2. การทำให้วงการเป็นไปในทางบวกผ่านสื่อต่างๆ ผมไม่ได้มองในแง่ร้ายนะว่าพวกสื่อเค้าจ้องจะจับเอาประเด็นของพวกชื่นชอบทางสายอนิเม แต่มันเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หยิบยกมาอ้างได้ง่ายเพราะ วิสัยทัศน์ของกลุ่มผู้ใหญ่ยังมองว่า "เด็กเถียงผู้ใหญ่ไม่ได้" 3. คำว่า โอตาคุ ถ้าจะให้เป็นที่ยอมรับในสังคมคงยากแหละครับ เพราะขนาด ญี่ปุ่นเค้ายังทำหน้าแหยงๆเลย หาวิธีอื่นดีไหม? 4. กลุ่มคนดู ทางทีมงานตั้งใจเจาะกลุ่มไหนบ้างครับ? นอกเหนือไปจากพวกไม่กี่ร้อยคนแถวๆนี้ แล้ว activities มีอะไรมั่งตอนเข้าไปอยุ่ในบ้าน AF มีร้องเต้น เล่นละคร..ถ้ากิจกรรมเหมือนๆกันให้กลุ่มที่จะลงสมัครไป สมัคร AF แทนดีกว่าไหม?
พาพ่อแม่มาดูว่าคอสเพลย์ไม่ใช่สิ่งไร้สาระ << งาน mbk เมื่อวานมีทั้งคุณป้า คุณยาย พ่อแม่จูงลูกมาเที่ยวงานออกเยอะแยะ แล้วมีตรงไหนล่ะครับว่า "ไร้สาระ" ? เป็นบรรยากาศที่ดูแล้วอบอุ่นมากกว่าที่ครอบครัวมีเวลาร่วมกัน หน้าตาเบิกบาน งานแบบนี้และครับที่ open แล้วดูดีสุด (จัดสถานที่ดีด้วยแหละ MBK)
ถามทิ้งท้าย 70 วันแบบAF นี่? หลังจบอีเวนท์แล้วจะมีจัดconcert ออกอัลบั้มแบบ AF ไหมครับ?
ปล.ทั้งหมดนี่ไม่ได้กัด, แขวะ , แต่เป็นข้อเสนอ จากคนที่อยากให้วงการ การ์ตูนบ้านเราดีกว่านี้...คนหนึ่ง
|
 |