 |
เด็กใหม่มาเยือนพร้อมฟิคสั้นเคโมะเลือดสาด "Death Bringer ผู้หยิบยื่นความตาย" [Original Illust: Lylac]
สวัสดีครับ... หลังจากที่เคโมะตัวนี้ได้เดินด้อมๆ มองๆ อยู่บริเวณรั้วโรงเรียนมาได้สักพักหนึ่ง ในที่สุดก็สามารถสมัครเข้ามาเป็นนักเรียนของที่นี่ได้ซักที =_='
ไหนๆ ก็มาเปิดตัวแล้วผมก็จะรวดโพสต์ฟิคประกอบภาพที่ซุ่มทำมาได้เป็นเวลานานพอสมควรแล้ว ซึ่งเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับ "เคโมะตัวที่สี่ของท่านเล้ง" ...ผมจะไม่อธิบายอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก ...เอาเป็นว่าลองอ่านดูก็แล้วกันครับ
Death Bringer: ผู้หยิบยื่นความตาย
Prototype - Past
Story by Alsagoz
Arts by Lylac
" ขอโทษครับ... ที่ผมผิดสัญญา "
...
แทน เป็นเด็กที่เกิดขึ้นมาในโบสถ์ร้างที่อยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งพร้อมกับลักษณะเฉพาะตัวที่แปลกแยกซึ่งในหมู่บ้านนั้นถือเป็นลักษณะชั่วที่เรียกว่า 'กาลกิณี' ...เขาเป็นแมวที่มีขนสีดำออกน้ำตาลและมีผมสีเหลืองทองเป็นประกายแต่แอบแฝงด้วยโทนอันหม่นหมอง ใบหูทั้งสองข้างของเขาที่ตกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะดวงตาสีเขียวอ่อนอันเย็นชาของเขาที่ดูไร้อารมณ์นั้นชวนให้ขนลุกยิ่งนัก
ในวันที่เขาเกิดมานั้นเป็นวันเดียวกันที่เกิดเหตุอาเพศร้ายแรงขึ้นในหมู่บ้าน พ่อของเขาซึ่งเขายังไม่เคยเห็นหน้าถูกฟ้าผ่าตายสภาพร่างกายไหม้เกรียมแบบสยดสยอง ส่วนแม่ของเขาก็สิ้นใจทันทีหลังจากที่ได้ให้กำเนิดเขา ทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในหมู่บ้านพากันหวาดกลัวในตัวแทนมาก
ณ. คฤหาสน์หลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน ที่นั่นกำลังมีการประชุมลับสุดยอดเพื่อ 'พิพากษา' ทารกกาลกิณีที่เพิ่งเกิดมาได้ไม่นานคนนั้น...
"เราจะต้องกำจัดเด็กนั่นซะเพื่อหมู่บ้านของเรา" ชาวบ้านในเงามืดคนหนึ่งซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประธานกล่าวขึ้นมา
"จะดีหรือครับ? ทารกยังบริสุทธิ์และไม่ได้ทำอะไรผิดนะท่าน" ชายคนหนึ่งในองค์ประชุมพูดแทรก แต่สิ่งที่ชายคนนั้นได้ยินตอบกลับมานั้นกลับเป็นเสียงหัวเราะเหมือนกับเห็นเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องล้อเล่น หลังจากที่เสียงหัวเราะเหล่านั้นเงียบลง ชายลึกลับอีกคนหนึ่งซึ่งแต่งตัวเหมือนบาทหลวงก็บอกกับชายคนนั้นว่า
"บริสุทธิ์รึ? เจ้าอย่าลืมสิ... ว่านางแม่มดที่ให้กำเนิดตัวกาลกิณีนั่นเคยทำสัญญากับปีศาจเอาไว้ด้วย"
"น... นั่นก็เป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญไม่ใช่เหรอครับ?"
"หึ... บังเอิญ... มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน? มีครั้งหนึ่งที่นางแม่มดนั่นแท้งลูก แต่หลังจากที่นางไปสวดอ้อนวอนในโบสถ์ร้างต้องห้ามนั่นลูกของนางก็กลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่... แล้วทีนี้ล่ะ? พอนางให้กำเนิดบุตรขึ้นมานางก็ตายทันที มิหนำซ้ำพ่อของมันก็ยังถูกฟ้าผ่าตายในเวลาเดียวกันด้วย แล้วแบบนี้จะไม่เรียกว่าเป็นผลจากการที่ไปสัญญากับปีศาจงั้นรึ?" หลังจากที่บาทหลวงคนนั้นอธิบายเสียยืดยาวจนจบก็หยิบบุหรี่มาสูบเสียเฮือกใหญ่ก่อนที่จะขยำด้วยมือเปล่าแล้วโยนทิ้งออกไปนอกหน้าต่าง
"ไม่แน่ว่าเด็กนั่นอาจจะเป็นปีศาจที่อวตารขึ้นมาเกิดก็ได้... ผมว่าพวกเราควรที่จะตัดไฟเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนที่มันจะโตขึ้นมาดีกว่า" หนึ่งในองค์ประธานคนเดิมเสนอต่อที่ประชุม จากนั้นการพิจารณาก็เริ่มดำเนินไปอย่างเคร่งเครียด...
"เอาล่ะๆ" ประธานในที่ประชุมซึ่งเป็นเต่าชราอายุกว่า 200 ปีลุกขึ้นมาแล้วกล่าวว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นมานั้นพวกเรายังไม่สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทารกคนนั้นหรือไม่ คิดว่าน่าจะรอให้เด็กคนนี้เติบโตขึ้นอีกสักหน่อย แล้วพอถึงตอนนั้นเราค่อยตัดสินจากพฤติกรรมเอา มีใครเห็นด้วยบ้าง?"
"..." บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบ ชาวบ้านแต่ละคนในที่ประชุมเริ่มซุบซิบกัน มีเพียงบาทหลวงคนนั้นเท่านั้นที่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่เฉยๆ ...เขาคงไม่ยกมือสนับสนุนข้อเสนอนี้อย่างแน่นอน
หลังจากที่พวกชาวบ้านซุบซิบกันเสร็จเรียบร้อย ก็เริ่มยกมือกัน ผลที่ออกมาปรากฏว่ามี 11 ใน 20 คนที่เห็นด้วยส่วนอีก 8 คนไม่ขอออกความเห็น
"ชิ..." หนึ่งในองค์ประธานของที่ประชุมซึ่งเป็นบาทหลวงแสดงท่าทางไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
ประธานในองค์ประชุมกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องสักพักแล้วกล่าวว่า
"งั้นตกลงเอาตามนี้ก็แล้วกัน ใครจะรับหน้าที่คอยสังเกตดูพฤติกรรมของเด็กคนนั้น?"
"ให้คนที่เสนอความคิดที่จะให้เด็กนั่นมีชีวิตรอดคนแรกนั่นแหละเป็นคนรับผิดชอบ... ใช่ไหมเอลฟราน?" บาทหลวงลึกลับพูดพร้อมกับเหลือบมองไปที่ชายหนุ่มคนที่เสนอให้เด็กคนนั้นอยู่ต่อ เขาเป็นสุนัขพันธุ์หลังอานขนสีน้ำตาลที่ท่าทางดูโทรมๆ นิดหน่อยซึ่งที่ตาขวาของเขามีที่คาดปิดตาสีดำอยู่ด้วย
เอลฟรานรู้ดีกว่าตัวเองจะต้องได้รับภาระนี้ก็เลยตอบตกลงไปว่า
"ก็ได้ครับ... เพราะผมเป็นคนเสนอความคิดนี้ ถึงยังไงก็ตาม ถ้าเด็กคนนี้เป็นปีศาจที่กลับชาติมาเกิดจริงๆ แล้วล่ะก็ผมจะเป็นคนลงมือกำจัดเขาเอง"
เอลฟรานรู้ดีว่าการทำแบบนั้นจะต้องถูกเบื้องบนจับตามอง แต่เขาก็ปล่อยให้ทารกที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ตายไปเสียเฉยๆ ไม่ได้ อีกทั้งบิดาของทารกคนนั้นก็เป็นเพื่อนสนิทกับเอลฟรานเสียด้วย
เขาค่อนข้างช็อคพอสมควรกับเรื่องที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าก่อนที่เพื่อนของเขาจะถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตไปต่อหน้าของเขานั้น เขาได้พูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสัญญาไว้ด้วย... หรือว่ามันจะเป็นสัญญากับปีศาจจริงๆ ?
หลังจากที่เอลฟรานเดินทางถึงโบสถ์ร้างเขาก็เห็นทารกคนนั้นนอนอยู่ในเปลเก่าๆ ผุๆ รู้สึกว่ากำลังหลับอยู่... เข้าไปดูใกล้ๆ คงไม่มีปัญหาอะไร เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ๆ เพื่อที่จะได้เห็นหน้าชัดๆ
พรึบ! ทารกลืมตาขึ้นมาทันทีที่เอลฟรานมองเห็นหน้า แววตาที่เย็นยะเยือกนั่นก็แทงลึกเข้าไปในหัวใจของเขา
"อ... อะไรกัน!?" ขาของเอลฟานเกิดไม่ขยับขึ้นมาเฉยๆ เขากำลังถูกจ้องอยู่... ลักษณะภายนอกก็ดูดีอยู่หรอก ถึงแม้ชาวบ้านเกือบทั้งหมู่บ้านจะเชื่อกันว่ามันเป็น 'อัปมงคล' ก็เถอะ แต่จากสิ่งที่เขาได้สัมผัสทำให้เขาคิดได้ว่า เด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กธรรมดาจริงๆ ด้วย แต่เขาก็พยายามตั้งสติไว้แล้วเข้าไปอุ้มเด็กคนนี้ขึ้นมา
"..." เด็กคนนี้
"เธอยังไม่มีชื่อสินะ... จากนี้ไปเธอชื่อ 'แทน' ก็แล้วกัน"
...
แทนอาศัยอยู่ตัวคนเดียวในโบสถ์ร้างมาได้ 11 ปีแล้ว เขาต้องหมกตัวอยู่แต่ในโบสถ์ร้างที่เงียบเหงา ไม่มีโอกาสที่จะพบปะกับคนอื่นๆ นอกเหนือจากเอลฟรานซึ่งเข้ามาสอนหนังสือให้แทนเป็นประจำทุกวัน ซึ่งแทนก็สามารถเรียนรู้ได้เร็วและอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
"ว่าไงแทน" เอลฟานเดินเข้ามาในโบสถ์พร้อมกับหนังสือปึกหนึ่งในมือ
"..." แทนหันไปมองเอลฟรานแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
"ยังไม่ค่อยพูดเหมือนเดิมนะเรา อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดแล้ว ไม่ดีใจเลยหรือไง?"
"วันเกิด... ก็เหมือนกับทุกๆ ปี..." แทนพูดออกมาสั้นๆ
"ก็คงงั้นแหละ แต่ว่าปีนี้เป็นปีที่ 12 ซึ่งครั้งนี้ก็อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เธอจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าเธอไม่ใช่ตัวอัปมงคลของหมู่บ้าน... ยังจำสัญญาในตอนนั้นได้ใช่ไหม?"
"สัญญา..."
ทุกๆ ปีเมื่อถึงวันเกิดของแทน เขาจะต้องเดินทางไปยังโบสถ์ประจำหมู่บ้านเพื่อทำการทดสอบต่างๆ นานา ซึ่งการทดสอบนั้นทำเพื่อวัดและประเมินผลทางด้านคุณธรรมและจริยธรรม อีกทั้งยังมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อหาสิ่งผิดปกติด้วย เอลฟรานไม่ค่อยพอใจกับการกระทำที่เข้มงวดของที่นั่นซึ่งละม้ายคล้ายกับว่าจะพยายามจับผิดตลอดเวลายังไงยังงั้นแหละ อีกทั้งการทดสอบนี้ยังเป็นการทดสอบที่คนนอกไม่ได้รับรู้อะไรด้วยแม้กระทั่งตัวเขาเองก็เข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการลำเอียงสำหรับตัวของแทนมาก
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มันออกจะรุนแรงเกินไปหน่อยจนทำให้แทนรู้สึกไม่พอใจ และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่เอลฟานรู้สึกถึง 'ความน่ากลัว' ของแทน...
...
ย้อนไปเมื่อวันเกิดครบรอบปีที่ 6 ของเขา...
แทนถูกพาตัวเข้ามาในโบสถ์ประจำหมู่บ้านที่หรูหราพอๆ กับคฤหาสน์ โดยเจ้าของโบสถ์แห่งนี้คือบาทหลวงบูรอนซึ่งเป็นบาทหลวงประจำหมู่บ้านแห่งนี้ ไม่มีใครทราบเบื้องหลังของเขา รู้แต่ว่าเขาเป็นคนที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้คนในหมู่บ้านเป็นอันมาก ทั้งนี้ก็เพราะหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่มีความผูกพันกับความเชื่อทางศาสนามาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ซึ่งบาทหลวงบูรอนคนนี้เป็นคนที่เดินทางมาจากเมืองหลวงและใช้ความเชื่อของชาวบ้านเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างลับๆ นี่เอง
ในวันนั้นผู้ที่ทำการตรวจสอบคือพอร์ค ซึ่งเป็นลูกน้องของบาทหลวงบูรอน มันเป็นหมูป่าหน้าตาอัปลักษณ์ที่มีนิสัยก้าวร้าวและชอบความรุนแรง แน่นอนว่าวิธีการตรวจสอบของมันต้องไม่ใช่วิธีการที่อ่อนโยนแน่ๆ ...หลังจากที่แทนเข้ามาในห้อง คนที่เฝ้าประตูอยู่ก็ปิดประตูลงกลอนไว้แล้วเดินออกไป
"หวังว่าคงจะไม่เป็นอะไรนะ" เอลฟรานรู้สึกเป็นห่วงแทนเล็กน้อยแต่ก็จำเป็นต้องรออยู่ข้างนอก เพราะมันเป็นหนึ่งข้อตกลงที่ทางเบื้องบนให้มา
หลังจากที่แทนเข้ามาและนั่งบนเก้าอี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พอร์คก็เดินออกมาจากมุมมืดที่อยู่ริมห้องเข้าไปหาแทน
"นี่น่ะเรอะ? ไอ้ตัวกาลกิณีที่ว่า... ที่แท้ก็แค่เด็กอมมือธรรมดาๆ ...ถุ๊ย!" พอร์คพูดพร้อมกับเดินวนไปรอบๆ ตัวของแทน แล้วพ่นน้ำลายใส่หน้าของแทน
"..." แทนก็ไม่ได้พูดอะไรแต่ก็หันมาจ้องหน้าของพอร์คด้วยสายตาเฉยชา ทำให้มันรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตะหงิดๆ
"หืม? แกมองหน้าข้าหาอะไรฟะ!?"
ผัวะ!
แทนโดนพอร์คชกเข้าไปเต็มๆ จนปากแตก แต่แทนก็ยังเงียบและไม่ได้พูดอะไร นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโดนคนอื่นชกหน้า... แทนเอาหลังมือปาดเลือดที่ซึมออกมาจากริมฝีปากแล้วพูดออกมาว่า
"จะทดสอบอะไรก็รีบทดสอบ..." สีหน้าของแทนตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจกับการกระทำของพอร์คมากสักเท่าไหร่ หลังจากที่พอร์คได้ยินแทนพูดแบบนั้นมันก็เลยแสยะยิ้มแล้วบอกว่า
"เชอะ... ทดสอบเรอะ? ข้าไม่ทดสอบด้วยคำถามงี่เง่าแบบพวกคณะกรรมการแก่ๆ นั่นหรอก อย่างแกมันต้องนี่..."
ผัวะ!
พอร์คชกหน้าแทนด้วยมืออีกข้างหนึ่ง เลือดกำเดาเริ่มไหลออกจากจมูกทั้งสองข้างของแทน แต่เขาก็ไม่ได้แสดงความเจ็บปวดออกมาให้พอร์คได้เห็นเลยแม้แต่น้อย
"โฮ่...! อึดใช้ได้เลยนี่ งั้นครั้งนี้ข้าจะทดสอบความอดทนของแกก็แล้วกัน ดูซิว่าแกจะทนต่อไปได้อีกสักกี่น้ำ?"
5 นาทีผ่านไป เอลฟรานเริ่มได้กลิ่นคาวเลือดซึ่งมาจากในห้องที่แทนเข้าไป มันต้องมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลแน่ๆ
แทนถูกพอร์คใช้กำลังทำร้ายร่างกายทั้งชกทั้งเตะจนอ่วมไปหมดทั้งตัว ...รอยฟกช้ำตามตัว ...คิ้วซ้ายที่แตกจนเลือดไหลอาบ ถึงจะโดนไปมากขนาดนั้นแล้ว แต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะร้องสักแอะ จนพอร์คเริ่มเหนื่อยและหงุดหงิด มันก็เลยชักปืนลูกโม่ออกมาแล้วเล็งไปที่ขาซ้ายของแทน
"อึดนักรึแก? ...จะแกล้งทำปืนลั่นใส่ขาแกสักข้างคงไม่เป็นไรมั้ง? หึๆๆ"
"..." แทนมองไปที่ปืนลูกโม่ที่พอร์คถืออยู่แต่ก็ไม่ได้แสดงปฏิริยาอะไร
"ไม่เคยเห็นไอ้นี่สินะ? มันคือปืนยังไงล่ะ... ข้าจะแกได้ลิ้มรสความเจ็บปวดจากลูกตะกั่วของปืนกระบอกนี้นี่แหละ"
ความเจ็บปวด?
ไม่รู้ว่าแทนกำลังคิดอะไรอยู่...
"...สาธิตกับตัวแกเองให้ดูหน่อยสิ" แทนพูดด้วยสีหน้าที่ดูไร้อารมณ์ ซึ่งก็ทำให้พอร์คถึงกับเลือดขึ้นหน้าขึ้นมาทันที
"หนอย... อยากจะตายมากนักใช่มั้ย?" เส้นเลือดปูดขึ้นมาบนขมับข้างขวาของพอร์ค มันเลื่อนปืนขึ้นมาเล็งที่หัวของแทน
ในขณะที่นิ้วของมันจะเข้าไปในโกร่งไกนั้นแทนก็ลุกพรวดขึ้นมาแล้วใช้มือซ้ายจับข้อมือของพอร์คบิดอย่างรุนแรงจนทำให้มันเผลอปล่อยปืนตกลงไป
"โอ๊ย!?" มันไม่ทันตั้งตัวก็เลยพลาดท่ากับการจู่โจมแบบเฉียบพลันของแทน
แทนคว้าปืนของพอร์คที่ตกอยู่บนพื้นแล้วยิงขาซ้ายของพอร์ค
ปัง! "อ๊ากก~!" พอร์คร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก่อนที่มันจะทรุดลงไปกับพื้น แทนเดินเข้ามาใกล้ๆ พอร์คแล้วเอาปืนจ่อไปที่หน้าผากของมัน
"ใช้แบบนี้สินะ... ทีนี้ลองตรงหัวดู... ว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า?" แทนพูดเหมือนกับเด็กที่เพิ่งได้ของเล่นใหม่
"ก... แกทำบ้าอะไรของแก!? ถ... ถ้าแกฆ่าข้าล่ะก็... พรรคพวกของข้าต้องตามมาจัดการกับแกแน่" พอร์คขู่ด้วยเสียงแหบแห้ง
ฆ่า? หมายถึงทำให้ตายเหรอ?
"น่าลองเหมือนกัน..." แววตาของแทนเริ่มส่อเค้าแสดงถึงความอำมหิต
"ว... หวา~!"
โครม! เอลฟรานพังประตูเข้ามาในตอนที่แทนกำลังจะเหนี่ยวไกพอดี
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" เขาพูดพร้อมกับรีบปัดปืนให้หลุดออกจากมือของแทน
"..." แทนยังจ้องปืนกระบอกนั้นแบบไม่คลาดสายตา เอลฟรานถึงกับมือสั่นเมื่อเห็นสีหน้าไร้อารมณ์ที่แฝงไว้ด้วยเจตนาที่จะฆ่า... มันเป็นสายตาของเพชรฆาตที่เกิดมาจากสัญชาตญาณดิบที่หาได้ยากมากและไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ตามธรรมชาติ เขาไม่เคยสอนเรื่องเกี่ยวกับการฆ่าให้กับแทนเลยแม้แต่สักนิดเดียว ไม่เคยปลูกฝังให้รักการฆ่าหรือชอบความรุนแรง แต่สิ่งที่แทนแสดงออกมานั้นเหมือนเป็นสิ่งที่ติดตัวของแทนมาแล้วตั้งแต่เกิดหรืออาจจะก่อนหน้านั้นเสียด้วยซ้ำ... นี่มันอะไรกันแน่?
ส่วนพอร์คซึ่งหลังจากตั้งสติได้ก็ตะเบ็งเสียงด่าทอเอลฟรานกับแทนอย่างหยาบคายแล้วบอกว่า
"ฮึ่ม... เจ้าเอลฟราน... แก... ไอ้เจ้าเด็กนั่นด้วย... ข้าจะเอาเรื่องไปแจ้งกับทางเบื้องบนให้เอาเรื่องพวกแกให้ถึงที่สุด"
"เดี๋ยวก่อน" เอลฟรานกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ๆพอร์คแล้วหยิบเงินในกระเป๋าจำนวนหนึ่งออกมาให้พอร์ค "1,000 เซโรพอไหม?"
"หืม?" พอร์คดึงเงินในมือของเอลฟรานมานับดู พอมันนับเงินเสร็จมันก็แสยะยิ้ม
"เงินจำนวนนี้เป็นค่าทำขวัญ ถ้าไม่พอก็บอกได้ ส่วนค่ารักษาพยาบาลของแกชั้นจะรับผิดชอบเอง ไม่มีปัญหาใช่ไหม?"
"...หึ... ข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นคิดซะว่าเป็นอุบัติเหตุก็ได้ แต่ยังไงข้าก็ไม่ลืมความเจ็บปวดในครั้งนี้หรอกนะ สักวันนึงข้าจะต้องเอาคืนแน่" พอร์คกล่าวพร้อมกับเดินกะเผลกออกจากห้องไป เอลฟรานเหลือบไปมองแทนด้วยสายตาหวาดหวั่น ตอนแรกเขาก็คิดจะลงโทษแทนอยู่หรอก แต่พอเขาเห็นบาดแผลตามร่างกายของแทนแล้วเขาก็คิดว่าลงโทษไปก็คงไม่มีประโยชน์และอาจจะทำให้แทนมองสิ่งต่างๆ ในแง่ร้ายมากขึ้น เขาก็เลยเดินเข้าไปแตะไหล่ทั้งสองข้างของแทนแล้วบอกว่า
"ชั้นก็เข้าใจน่ะนะว่าเธอทำไปเพื่อป้องกันตัว ชั้นจะไม่ถามถึงสาเหตุที่เธอเป็นแบบนี้ แต่อย่างน้อยช่วยสัญญาอะไรสักอย่างกับชั้นได้ไหม?"
"สัญญา...?" แทนไม่เข้าใจสิ่งที่เอลฟรานพูดออกมา แต่ดูจากสีหน้าและสายตาของเขาแล้ว มันจะต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมากแน่ๆ
"สัญญาได้ไหม? ไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เธอจะไม่ฆ่าใครเป็นอันขาด"
"ทำไม...?" ดูเหมือนแทนยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
"เอ่อ... ยังไงดีล่ะ... การฆ่าถือเป็นบาปที่ร้ายแรงที่สุด เมื่อเธอติดใจในการฆ่าเธอจะไม่มีวันเลิกได้ง่ายๆ เธอจะเห็นการเข่นฆ่าเป็นเรื่องธรรมดา ชั้นไม่อยากให้เธอต้องก้าวเข้าไปสู่ถนนโลหิตที่เต็มไปด้วยการฆ่าฟันกัน บาปของการฆ่าต้องชดใช้ด้วยชีวิต ถึงเธอจะฆ่าคนไปได้มากมาย สักวันหนึ่งเธอก็จะต้องเป็นฝ่ายที่ถูกฆ่าบ้างไม่วันใดก็วันหนึ่ง ...เธอชอบชีวิตแบบนี้เหรอ?" เอลฟรานถามแทนด้วยสีหน้าวิตกกังวล
"...ไม่รู้" แทนตอบ
"ไม่รู้ก็ค่อยๆ เรียนรู้ไป ชีวิตนี้ยังมีสิ่งที่ดีกว่าการฆ่าตั้งเยอะตั้งแยะ เอาเป็นว่าตอนนี้กลับไปที่โบสถ์ของเรากันก่อนดีกว่า"
"..."
...
ผ่านมาจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 12 แล้ว และอีก 6 วันก็จะถึงการทดสอบครั้งสุดท้ายซึ่งจะเป็นการทดสอบที่จะชี้ชะตาว่าแทนควรจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะของปกติชนหรือไม่...
"ผมจำได้ครับ... สัญญาที่ว่าจะไม่ฆ่าใคร" แทนยิ้มออกมาเล็กน้อย นานๆ ครั้งจะเห็นเขายิ้มเสียทีนึง
"อืม... งั้นเราก็มาเรียนหนังสือกันต่อเถอะ"
3 ชั่วโมงต่อมาซึ่งเป็นเวลาพักทานอาหารกลางวัน เอลฟรานเดินทางกลับเข้าเมืองไปทำธุระ ส่วนแทนออกมาเดินเล่นข้างนอกเหมือนอย่างทุกวัน และวันนี้เขาเดินเข้าไปในป่าเพื่อจะหาผลไม้อร่อยๆ กิน ระหว่างที่แทนกำลังเก็บองุ่นอยู่นั้น...
ปังๆๆ! แทนได้ยินเสียงปืนดังออกมา ซึ่งต้นเสียงนั้นอยู่ไม่ห่างไกลจากที่ที่แทนอยู่มากนัก
"..." แทนหยุดเก็บผลไม้แล้วเดินไปยังที่มาของเสียงปืนที่ดังออกมา
หลังจากที่เขาเดินมาจนถึงที่เกิดเหตุเขาก็เห็นร่างไร้วิญญาณของนายพรานที่อยู่ในเมืองคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น ตามร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลที่เกิดจากกรงเล็บของสัตว์ร้ายซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นตัวอะไร หัวของเขาคาดว่าคงจะถูกกัดและกระชากด้วยพละกำลังมหาศาลจนขาดออกมาจากลำตัวจนทำให้แทนดูไม่ค่อยออกว่านายพรานผู้โชคร้ายคนนี้เป็นสัตว์เผ่าพันธุ์ไหน น่าแปลกที่แทนไม่รู้สึกหวาดกลัวหรือขยะแขยงในสิ่งที่ตัวเองเห็นเลย แทนเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วเอามือสัมผัสร่างที่เย็นเฉียบของนายพราน แล้วเขาแนบหูลงเพื่อฟังเสียงหัวใจเต้นซึ่งก็ไม่ได้ยิน
"นี่สินะที่เรียกว่าความตาย..." สำหรับแทนแล้ว เขารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคยมาก เขาเคยนึกสงสัยตัวเองอยู่บ่อยครั้งเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก... หรืออาจจะไม่ได้คิดอะไรเลย...
แทนเห็นรอยเลือดที่หยดตามทางซึ่งคาดว่าสัตว์ร้ายที่ฆ่าเขานั้นคงจะถูกยิงบาดเจ็บและทิ้งรอยเลือดไว้ เขารีบวิ่งกลับไปที่โบสถ์และหยิบกระเป๋าซึ่งมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลออกมาแล้วเลยเดินตามรอยเลือดของสัตว์ร้ายตัวนั้นไปไป เขาไม่กลัวเจ้าสัตว์ร้ายนั่นเลยงั้นหรือ?
แทนเดินตามรอยเลือดมาจนถึงหน้าถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งเป็นถ้ำที่ไม่ลึกแต่ก็พอที่จะให้สัตว์ขนาดใหญ่อย่างเสือเข้าไปหลบอยู่ได้สักตัวหนึ่ง ทันใดที่แทนก้าวเข้าไปใกล้ถ้ำแห่งนั้น เจ้าสัตว์ร้ายที่แอบอยู่ในถ้ำก็กระโจนออกมาทันที
ฮู่ม~! มันเข้าตะครุบแทนแล้วใช้กรงเล็บขาหน้าข้างซ้ายของมันตะปบหน้าของแทนเต็มแรง
ฉัวะ! เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกมาจากรอยกรงเล็บที่ถูกปาดลงมาซึ่งมันก็ถูกตาของเขาด้วย
"..." สีหน้าของแทนดูซีดเซียวเล็กน้อย ตาซ้ายของเขาใช้การไม่ได้แล้ว บาดแผลที่โดนก็ลึกมาก แต่เขาก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกเจ็บปวดออกมาเลยสักนิด
สัตว์ร้ายที่จู่โจมเขานั้นมีคล้ายคลึงกับหมาป่าที่มีขนาดร่างกายที่ค่อนข้างใหญ่ มันมีดวงตาสีแดงรูปทรงประหลาดๆ อยู่หลายดวงอยู่บนบริเวณใบหน้า และมีขนสีน้ำเงินปกคลุมอยู่ตามตัว
มันใช้กรงเล็บตะปบแทนอยู่หลายทีจนทำให้เขากลิ้งไปตามพื้น แล้วมันก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวหมายที่จะกัดคอหอยของเขาให้ขาดสะบั้น
"!" มันหยุดชะงักทันทีที่เขี้ยวของมันสัมผัสคอของแทน มันรีบถอยออกมาแล้วส่งเสียงขู่คำรามซึ่งแสดงถึงความหวาดกลัว ทำไมมันถึงหยุดอยู่แค่นั้นล่ะ? มันกลัวอะไร? แทนค่อยๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปหาสัตว์ร้ายตัวนั้น
"ฉันไม่ได้มาฆ่านายหรอก ...ไม่ต้องกลัว... ฉันจะมาทำแผลให้นาย" แทนพยายามพูดเพื่อแสดงเจตนาของตัวเองให้สัตว์ร้ายตัวนั้นได้รับรู้ซึ่งมันก็เข้าใจเสียด้วย...
มันยอมให้แทนลูบหัวเล่นเหมือนกับมันเป็นสัตว์เลี้ยง รู้สึกว่ามันคงจะพลัดหลงมาจากที่อื่นซึ่งเป็นที่ไหนนั้นเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้ดูไม่เหมือนสัตว์สี่เท้าธรรมดาทั่วไปเสียด้วย
แปะ... แปะ...! แทนได้ยินเสียงเลือดหยดลงบนพื้น... มันมาจากบาดแผลของเขานี่เอง ร่างกายของเขาไม่รับรู้ความเจ็บปวดตั้งแต่เกิดแล้ว ดูเหมือนว่าเอลฟรอนจะยังไม่ได้สังเกตตรงจุดนี้ด้วย บาดแผลของสัตว์ร้ายตัวนั้นก็หายเร็วเกินคาด... คงไม่ต้องทำแผลให้กับมันแล้ว คนที่ควรจะทำแผลในตอนนี้ก็คือตัวเขาเองนี่แหละ
หลังจากที่แทนทำแผลให้กับตัวเองเสร็จเขาก็มานั่งอยู่ในถ้ำ โดยนั่งข้างๆ สัตว์ร้ายตัวนั้น
"ฉันจะตั้งชื่อให้นายว่าสเลป... นายมาเป็นสัตว์เลี้ยงของฉันนะ" แทนคงจะชอบเจ้าสัตว์ร้ายตัวนั้นจริงๆ ถึงได้พูดเรื่องแปลกๆ ออกมาแบบนั้น
"เจ้าสัตว์ประหลาดอยู่ที่นั่น พวกเราตามมากันเร็ว"
พวกชาวบ้าน 6 คนซึ่งเป็นแมวทั้งหมดเดินเข้ามาถึงบริเวณถ้ำที่แทนกับสเลปอยู่ มีที่ถือคราด 2 คน, ถือหอก 1 คน, ถือดาบ 1 คน, และถือปืนอีก 2 คน
"กรร~!" สเลปแยกเขี้ยวออกมาและกำลังจะลุกออกไปแต่แทนก็ดึงตัวของมันไว้
"ไม่ต้องขยับไปไหนหรอก... เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง..." แทนบอกกับมันด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาซึ่งก็ทำให้มันสงบลง
"นั่นไง! มันอยู่ในถ้ำนี้" ชาวบ้านคนที่ถือคราดและอยู่ใกล้ถ้ำที่สุดซึ่งเป็นแมวขนสีส้มอยู่เรียกให้พรรคพวกที่เหลือตามมา
พอพวกชาวบ้านมาถึงหน้าถ้ำพวกเขาก็เห็นแทนกำลังยืนบังสเลปอยู่ เขาจ้องชาวบ้านพวกนั้นตาเขม็งเหมือนกับเป็นการขู่ให้พวกชาวบ้านว่า "กลับไปซะ... หรือไม่ก็ผ่านศพฉันไปก่อน..."
ชาวบ้านพวกนั้นถึงกับหยุดชะงักเมื่อเห็นแววตาอันเยือกเย็นของแทน
"เฮ้ย! นี่มันเจ้าเด็กกาลกิณีนั่นนี่หว่า!?" ชาวบ้านคนที่ถือหอกซึ่งมีขนสีขาวอุทานออกมาหลังจากที่ตะลึงไปชั่วครู่หนึ่ง
"..." แทนยังยืนนิ่งอยู่ซึ่งเขาก็พร้อมอยู่แล้วที่จะเสี่ยงกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป แต่บังเอิญว่า...
สัตว์ร้ายตัวที่ชาวบ้านกำลังตามหาอยู่นั้นหายตัวไปแล้ว!?
"ไหนวะ? เจ้าสัตว์ร้ายตัวที่แกว่า ที่เห็นก็แค่ไอ้เด็กอัปมงคลที่บาดเจ็บอยู่คนเดียวเองนี่นา" ชาวบ้านคนที่ถือปืนซึ่งมีขนสีแดงเกาหัว
"เด็กคนนี้บาดเจ็บนี่นา เขาคงถูกสัตว์ร้ายนั่นทำร้ายมาแล้วหนีมาซ่อนอยู่ในถ้ำล่ะมั้ง" ชาวบ้านคนที่ถือคราดอีกคนหนึ่งซึ่งมีขนสีเหลืองสันนิษฐาน
"แล้วเราจะทำยังไงกับเจ้าเด็กนี่ดีล่ะ?"
แทนถูกพวกชาวบ้านพาตัวกลับไปที่โบสถ์ซึ่งเอลฟรานก็กำลังนั่งรออยู่ที่นั่นพอดี เขารีบลุกขึ้นมาแล้ววิ่งเข้าไปดูบาดแผลของแทนด้วยความเป็นห่วง
"ม... ไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย!?"
"ไม่เป็นอะไร..." แทนพูดออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนเนื่องจากเสียเลือดมาก
เอลฟรานเย็บแผลของแทนทีละแผลซึ่งเขาก็เพิ่งรู้ในตอนนั้นเองว่าแทนไม่มีประสาทรับรู้ความรู้สึกเจ็บปวด เขารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ที่รู้ว่าแทนผิดปกติแบบนี้
"ตาขวา... มองไม่เห็น..." แทนเอามือลูบบริเวณตาขวาของเขาซึ่งทำให้เลือดที่ไหลออกมาเปื้อนมือของเขาไปด้วย
"เฮ้! อย่าเอามือเช็ดสิ... เดี๋ยวจะทำแผลให้" เอลฟรานบอกด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย แทนหยุดนิ่งไปแป๊บหนึ่งแล้วถามเอลฟรานว่า
"จะมองเห็นได้เหมือนเดิมไหม?"
"ไม่แน่ใจเหมือนกัน แผลที่เธอโดนน่ะมันหนักมาก ตาขวาของเธออาจจะใช้การไม่ได้อีกตลอดชีวิตเลยก็ได้ เอาอย่างนี้มั้ยล่ะ? ถ้าตาขวาของเธาบอดจริงๆ พี่จะมอบที่ปิดตาของพี่ให้" เอลฟรานยิ้มแล้วชี้ไปที่ที่ปิดตาของตัวเอง
"...ไม่เห็นเท่เท่าไหร่เลย" แทนหรี่ตาลงเล็กน้อย
"เอ่อ... เหอะน่า... ถ้าเธออยากได้พี่ก็จะยกให้" เอลฟรานทำหน้าเหยเก
"อืม..."
หลังจากที่แทนหลับ เอลฟรานก็เดินทางกลับเข้าเมืองไปที่โบสถ์เพื่อที่จะพบกับบาทหลวงบูรอน เขานั่งอยู่ในซุ้มสารภาพบาปแล้วใช้มือเคาะลงบนโต๊ะ 3 ครั้ง...
ก๊อกๆๆ! สักพักบาทหลวงบูรอนซึ่งอยู่ในเงามืดของก็เข้ามานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเอลฟรานแล้วถามว่า
"มีธุระอะไร?"
"ผมมีเรื่องลำบากใจน่ะครับ..."
"เกี่ยวกับเด็กอัปมงคลคนนั้นสินะ?" ควันบุหรี่เริ่มโชยออกมาจากช่องที่บาทหลวงบูรอนอยู่ด้านหลัง
"ผมอยากจะขัดเกลาเขาให้ดีกว่านี้ แต่ผมรู้สึกเหนื่อยทั้งกายและใจเมื่อรู้ว่าตัวของเขาเริ่มผิดปกติขึ้นเรื่อยๆ ผมคิดว่าที่ท่านเคยพูดไว้อาจจะถูกก็ได้" เอลฟรอนเอามือกุมขมับด้วยความเครียด
"อ้อ... อย่างงั้นรึ? ถึงยังไงมันก็ผ่านมาหลายปีดีดักแล้วก็ยังไม่เกิดเหตุอาเพศขึ้นในหมู่บ้านซักทีนึง ตอนนี้ข้าก็เริ่มคิดแล้วเหมือนกันล่ะ... ว่าเด็กนั่นคงไม่ใช่ปีศาจกลับชาติมาเกิดหรอก"
"ท... ท่านคิดอย่างนั้นจริงหรือครับ?" เอลฟรานรู้สึกมีกำลังใจขึ้นหลังจากที่เห็นว่าบาทหลวงบูรอนเริ่มมองแทนในทางที่ดีขึ้นหน่อย แทนอาจจะมีโอกาสรอดก็ได้
"ฮ่าๆๆๆ จริงสิ... ดูท่าทางเจ้าคงจะเหนื่อยพอดูเหมือนกันนะ ดื่มอะไรหน่อยไหมล่ะ?" บาทหลวงบูรอนถามพร้อมหยิบขวดไวน์มารินใส่แก้วแล้วยื่นให้กับเอลฟราน
"ไม่เป็นไรครับ ผมไม่อยู่รบกวนท่านหรอก เชิญตามสบายเถอะครับ"
"งั้นรึ? น่าเสียดายๆ..."
ในขณะที่เอลฟรานกำลังเดินออกไปนั้นก็มีกลุ่มคนสวมชุดสูทสีดำเดินเข้ามาประมาณ 7-8 คนซึ่งเอลฟรานไม่เคยรู้จักมาก่อนเดินสวนทางกับเขาเข้าไปพอดี เป็นคนรู้จักของบาทหลวงบูรอนหรือเปล่านะ?
...
วันต่อมาเอลฟรานก็ได้ยินข่าวว่าวันนี้บาทหลวงบูรอนจะกลับเมืองหลวง เขาก็เลยเดินทางไปที่โบสถ์อีกครั้งเพื่อที่จะบอกลากับบาทหลวงบูรอน พอเขาเข้ามาถึงข้างในก็เห็นกลุ่มคนที่เขาเห็นเมื่อวานกำลังขนกล่องไม้ใบใหญ่ซึ่งมีอยู่หลายใบด้วยกัน เอลฟรานรู้สึกสงสัยก็เลยเดินเข้าไปถามบาทหลวงบูรอนว่า
"กำลังขนอะไรกันอยู่หรือครับ?"
"อ... เอ่อ... ก็เป็นพวกหนังสือนั่นแหละ ไม่มีอะไรหรอก เจ้าช่วยออกไปก่อนได้ไหมล่ะ? พอดีข้ากำลังรีบ" ท่าทางของบาทหลวงบูรอนดูเร่งรีบมากจนดูผิดปกติ มันต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ ที่จริงเอลฟรานก็รู้สึกสงสัยในตัวของบาทหลวงบูรอนอยู่นานแล้วเหมือนกัน... ทั้งพฤติกรรมต่างๆที่ดูไม่ค่อยเหมือนบาทหลวงที่เคร่งครัด และลูกน้องแต่ละคนที่ดูท่าทางไม่น่าไว้วางใจโดยเฉพาะพอร์ค ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาก็เลยแอบเดินอ้อมไปข้างหลังโบสถ์แล้วลอบเข้าทางหน้าต่างไปยังห้องที่เก็บกล่องไม้พวกนั้น หลังจากที่เขาแอบรอจนคนที่อยู่ในห้องออกไปจนหมดแล้ว เขาก็หยิบมีดที่พกติดตัวออกมาแล้วแงะกล่องใบนั้นซึ่งสิ่งที่เขาเห็นหลังจากที่เปิดกล่องออกนั้นคือหนังสือธรรมดาๆ นั่นเอง... ไม่สิ... มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ
เขาเปิดหนังสือไล่ไปทีละหน้าแต่ก็ไม่เจออะไรที่ผิดสังเกต แต่ที่น่าแปลกก็คือทุกสิบหน้าจะมีกระดาษเปล่าอยู่แผ่นหนึ่งที่พื้นผิวของมันจะสากกว่ากระดาษอื่นๆ ที่มีข้อความเขียนอยู่
"ลองเก็บไปตรวจสอบดูดีกว่า" เอลฟรานคิดในใจแล้วเอาหนังสือเล่มหนึ่งเก็บไว้ในเสื้อ เขาบรรจงปิดฝากล่องให้เรียบร้อยแล้ววางมันไว้ที่เดิม แต่ทันใดนั้นเอง
"หยุดอยู่ตรงนั้น"
"!"
เอลฟรานไม่ทันรู้ตัวเลยว่ามีคนเข้ามายืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว เขาถูกคนลึกลับที่อยู่ข้างหลังนั้นจับล็อคคอทันที
"อ... อ๊อก! ป... เป็นไปไม่ได้" เอลฟรานไม่ได้ยินเสียงหรือกลิ่นของคนที่เข้ามาล็อคคอเขาเลย
กลุ่มคนลึกลับสวมชุดดำก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับปืนที่อยู่ในมือ พอร์คเดินตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับปืนลูกซองแฝด
"โฮ่... รู้เรื่องที่ไม่ควรรู้จนได้สินะ..." พอร์คแสยะยิ้ม
"แกนี่ดื้อด้านจริงๆ..." บาทหลวงบูรอนเดินเข้ามาพร้อมกับซิการ์อันเขื่องที่คาบอยู่ในปาก มันเป็นสุนัขพันธุ์บลูด๊อกที่หน้าตาดูโฉดชั่วมากพอๆ กับความจริงที่เอลฟรานกำลังจะได้ประจักษ์
...
"ฮึ่ม...! ถ้าจะให้ชั้นเดาล่ะก็... มันคือยาเสพติดใช่มั้ย?" เอลฟรานถามระหว่างที่กำลังถูกกลุ่มคนลึกลับสวมชุดดำจับล่ามโซ่ไว้กับเก้าอี้
"เดาได้ดีนี่... " บาทหลวงบูรอนสูบซิการ์แล้วพ่นควันใส่หน้าของเอลฟราน
"เราจะทำยังไงกับมันดีครับ? หรือว่าจะฆ่ามันทิ้งซะที่นี่เลย?" พอร์คหันหน้าไปถามบาทหลวงบูรอนในขณะที่ปืนของมันเล็งไปที่หน้าของเอลฟราน
"หึ... เห็นแก่ที่เราก็รู้จักกันมานาน... ข้าจะให้แกได้ลองยาตัวใหม่ที่แกได้เห็นเมื่อตอนนั้นนี่แหละ" บาทหลวงบูรอนสวมถุงมือแล้วฉีกกระดาษแผ่นที่สิบในสมุดเล่มหนึ่งออกมาพร้อมกับบอกให้เอลฟรานรู้ว่า "ทุกสิบหน้าจะมีกระดาษแผ่นหนึ่งที่เคลือบสารเสพติดอยู่... เมื่อมีคนเปิดอ่านและได้สัมผัสกระดาษแผ่นนั้นด้วยมือเปล่า สารเสพติดจะค่อยๆ ซึมเข้าไปตามผิวหนังและจะทำให้ประสาทหลอนอย่างช้าๆ แต่สำหรับแกถ้าให้เปิดอ่านไปก็คงจะเสียเวลา..."
พอร์คเดินเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมกับไฟแช็คและขันใส่น้ำเปล่าๆ มันเอากระดาษที่เคลือบสารเสพติดเผาไฟจนกลายเป็นขี้เถ้าแล้วเอาไปละลายกับน้ำจนมันทำปฏิกิริยาและเปลี่ยนสีกลายเป็นสีน้ำตาล
"จับตัวมันไว้ให้แน่นๆ" บาทหลวงบูรอนสั่งให้ลูกน้องสองคนจับตัวเอลฟรานไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้
"ป... ปล่อยนะ" เอลฟรานพยายามดิ้นสุดชีวิตแต่ก็สู้แรงของคนสองคนที่จับล็อคไว้ไม่ไหว
"อยู่นิ่งๆ น่า... เดี๋ยวแกก็จะสบายเอง ฮ่าๆๆๆ" พอร์คหัวเราะออกมาด้วยเสียงที่ฟังดูน่าขยะแขยง พร้อมกับหยิบเข็มฉีดยาที่อยู่ในมือแทงเข้าไปที่แขนของเอลฟรานอย่างแรง
"อ๊ากก~!"
...
แทนสะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนกลางคืนพอดี เขารู้สึกไม่ค่อยดีเอาเสียเลย เหมือนกับว่ามีอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้นอย่างนั้นแหละ
ตึก... ตึก... ตึก! แทนได้ยินเสียงฝีเท้าของใครก็ไม่รู้ซึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้โบสถ์ที่แทนอยู่อย่างช้าๆ และในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าโบสถ์ ใช่เอลฟรานหรือเปล่า?
แทนตรงไปยังประตูบานนั้นแล้วเปิดออก...
"เอลฟราน?" แทนเห็นเอลฟรานกำลังยืนตาเหลือกอยู่ต่อหน้า น้ำลายสีน้ำตาลฟูมออกมาจากปากของเขาเป็นจำนวนมาก มือและเท้าของเขาสั่นราวกับเจ้าเข้าซึ่งในมือของเขานั้นถือมีดอยู่ด้วย
ฉึก! แทนเหลือบไปดูที่หน้าอกของตัวเองก็พบว่ามีดที่อยู่บนมือของเอฟรานเมื่อกี้นี้นั้นปักเข้าไปจนมิดด้ามเลย
"อ่ะ... อ๊อก...!" แทนกระอักเลือดออกมา เขารู้สึกแน่นหน้าอกและหายใจติดขัด ...ยังไม่ทันที่จะตั้งสติได้ เอลฟรานก็จับมีดที่ปักอยู่บนหน้าอกของแทนแล้วดึงออกมาอย่างแรงจนเลือดพุ่งกระฉูดออกมาจากปากแผลราวกับน้ำพุ
ฟู่~! เลือดของแทนสาดกระเซ็นไปตามพื้น ...เขาพยายามใช้มือปิดปากแผล แต่เลือดก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
"อ... เอล... ฟราน?" ในตอนนี้แทนรู้สึกสับสนมาก เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเอลฟราน ทำไมเขาถึงต้องทำแบบนี้กับแทนด้วย?
"โอวว~! อู~!" เอลฟรานร้องโหยหวนออกมาอย่างทุกข์ทรมาน เขาไม่สามารถควบคุมสติของตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว ผลจากยาเสพติดชนิดเข้มข้นนั้นได้ทำลายระบบประสาทของเขาจนเกือบหมดสิ้น
แทนยังพอรู้สึกตัวดีอยู่แต่ก็เริ่มอ่อนแรงลงไปเรื่อยๆ เพราะเลือดที่เสียไปในปริมาณมาก
"แฮ่ก... แฮ่ก!" แทนพยายามเดินหนีเอลฟรานจนมาถึงที่ห้องของเขาและปิดประตูล็อคขังตัวเองเอาไว้ข้างใน
"โอวว~! อา~!" เอลฟรานทุบประตูอย่างบ้าคลั่งและพยายามที่จะพังมันเข้าไป
"อย่า... เข้ามานะ..." แทนเริ่มทรุดลง เลือดยังคงไหลต่อไปเรื่อยๆ สิ่งที่แทนเห็นรอบข้างเริ่มไม่มีสีสัน ส่วนหูของเขานั้นก็อื้อไปหมด เขาค่อยๆ คลานขึ้นไปนอนบนเตียง สติของเขากำลังจะเลือนหายไปแล้ว...
ฉันกำลังจะตายเหรอ?
รู้สึกไม่ค่อยมีแรงเลย... ง่วงนอนจัง... ถ้าหลับไปแล้ว... จะตื่นขึ้นมาได้อีก ...หรือเปล่านะ?
เอล... ฟราน...
..........
.........
........
.......
......
.....
....
...
..
.
พรึบ!
แทนลืมตาขึ้นมา... รู้สึกเหมือนพึ่งตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย เขารู้สึกกระปรี่กระเปร่าเหมือนมีพลังงานชีวิตที่เต็มเปี่ยมแล่นอยู่ทั่วร่าง บาดแผลตามร่างกายของเขาก็หายไปหมดแม้กระทั่งดวงตาข้างขวาที่ไม่น่าจะใช้การได้แล้วก็ยังกลับมาหายดีเหมือนเดิมอีก
แล้วเลือดพวกนี้มันมาจากไหนกันล่ะ? เสื้อของแทนเปื้อนเลือดเต็มไปหมดแต่นั่นก็ไม่ใช่เลือดของเขา... แล้วมันเป็นของใครกันล่ะ? และที่น่าตกใจก็คือมือขวาของเขานั้นถือมีดเปื้อนเลือดอยู่เล่มหนึ่ง ซึ่งมีดเล่มนี้ดูเหมือนกับมีดที่เอลฟรานใช้แทงเขาเลย... แต่มันดันเหมือนมากเกินไปน่ะสิ...
อีกอย่าง... ที่ๆ เขายืนอยู่ก็ไม่ใช่ในห้องของเขาด้วย? ...เขากำลังยืนอยู่นอกห้อง... แล้วใครล่ะที่อยู่ในห้อง?
เขาไม่รอช้า... เขารีบเปิดประตูเข้าไป... และเขาก็พบกับ... ร่างของเอลฟรานที่นอนจมกองเลือดอยู่บนเตียง...
"ท... ทำไมกันล่ะ?" สิ่งที่เขาเห็นนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นได้... คนที่นอนตายอยู่บนเตียงนั้นควรจะเป็นเขาสิ
แทนเข้าไปใกล้ๆ และพยายามเขย่าตัวของเขาเพื่อให้เขาตื่น แต่ก็ไม่เป็นผล...
"อ... เอลฟราน..."
...
ใช่แล้ว... ตอนนั้นนี่เอง... ที่แทนได้ "ฆ่า" เป็นครั้งแรก... ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงมือเอง แต่ก็เพราะเขานี่แหละเอลฟรานถึงต้องตาย
"ผม... ทำผิดสัญญาแล้วใช่ไหมครับ?" น้ำตาของเขาได้ไหลออกมาจากดวงตาข้างซ้ายเพียงข้างเดียว เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองสูญเสียสิ่งที่สำคัญไป ซึ่งก็ไม่มีทางที่จะได้กลับมาอีก... ตลอดชีวิต...
แทนใช้มีดที่เขาถืออยู่กรีดไปบนหลังมือของเขาให้เป็นบาดแผลรูปกากบาทเพื่อทำไว้เป็นเครื่องหมายว่า เขาได้ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับเอลฟรานไปแล้ว โดยก่อนที่เขาจะออกไปนั้นเขาได้เอาที่ปิดตาของเอลฟรานมาปิดตาข้างขวาของเขาที่เคยเป็นแผลไว้ด้วย เพราะเขาถือว่าตาของเขาได้เสียไปแล้วตั้งแต่ตอนนั้น... ในตอนนี้เขาก็พร้อมแล้วที่จะเดินบนถนนสายโลหิต... ซึ่งเขาก็พร้อมที่จะปลิดชีวิตศัตรูที่บังอาจย่างกรายเข้ามาในชีวิตของเขา...และพร้อมที่จะถูกฆ่าเมื่อเวลาที่สมควรมาถึง...
...
"ฮ่าๆๆ ป่านนี้เจ้าเอลฟรานมันคงจะสติแตกแล้วไล่ฆ่าคนไปทั่วแล้วล่ะมั้ง" พอร์คซึ่งกำลังตั้งวงกินเหล้าอยู่ในบ้านของมันกับผองเพื่อนที่เป็นหมูป่า 2 ตัวหัวเราะอย่างสะใจในสิ่งที่มันได้ทำลงไป
"เจ๋งมากเลยลูกเพ่ ฮี่ๆๆ" หมูป่าตัวหนึ่งซึ่งถือแก้วเบียร์หัวเราะตามอย่างคึกคะนอง
แปร๊บ!
"เฮ้ย! ไฟดับ แกไปดูที่สวิทช์ไฟหน่อยเซะ" พอร์คซึ่งกำลังเมาได้ที่สั่งให้ลูกน้องตัวหนึ่งไปเช็คดูสวิทช์ไฟซึ่งอยู่หลังบ้าน
ลูกน้องของพอร์คตัวนั้นเดินเข้ามาในห้องเก็บของซึ่งมีสวิทช์ไฟอยู่ ซึ่งมันก็พยายามคลำๆ หาดูอย่างทุลักทุเลเนื่องจากความมืด + ความเมา
"สวิทช์ไฟอยู่หนายฟระ?" มันตะโกนโหวกเหวกออกมาหลังจากลองคลำผิดคลำถูกอยู่หลายหน เพียงเสี้ยวพริบตาเดียวแทนก็ห้อยหัวลงมาจากช่องที่อยู่ในเพดานเอาก้อนหินก้อนใหญ่ยัดปากแล้วใช้มีดปาดคอของหมูป่าตัวนั้นจนเลือดกระฉูด
"อู๊~!" มันร้องออกมาแต่โดนแทนเอาก้อนหินยัดปากเอาไว้ มันล้มลงไปชักดิ้นชักงออยู่บนพื้นแล้วก็ขาดใจตายลงตรงนั้น แทนลงมาจากเพดานแล้วค้นตัวมันจนได้ปืนพกมาหนึ่งกระบอก
ทางด้านพวกพอร์คที่รออยู่ในห้องนั่งเล่นก็เริ่มสงสัยว่าทำไมคนที่ไปเช็คดูสวิทช์ไฟทำไมถึงใช้เวลานานนัก
"เดี๋ยวโผมจะออกไปดูให้เองลูกเพ่ อึ๊ก!" หมูป่าอีกตัวสะอึกพร้อมกับลุกแล้วเดินเซไปทางหลังบ้าน
ปัง! หมูป่าตัวที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้โดนกระสุนเจาะเข้ากลางหน้าผากอย่างแม่นยำจนมันหงายหลังลงไป
"เฮ้ย!? ก... แกเป็นใครวะ!?" พอร์ครีบลุกขึ้นและวิ่งไปที่ตู้เก็บของเพื่อที่จะหยิบปืน
ปัง! พอร์คถูกยิงที่ขาข้างขวาซึ่งทำให้มันทรุดลงไป มันกำลังจะร้องออกมาแต่แทนก็โผล่เข้ามาใกล้พร้อมกับเอาปืนกรอกปากของมันไว้
"อ... แอ... (ก... แก...)" คนที่พอร์คกำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นคือแทนนี่เอง ซึ่งทันทีที่เขาจ้องตามัน มันก็เกิดขยับตัวไม่ได้ขึ้นมาทันที
"ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี่... เป็นฝีมือของแกสินะ" แทนสรุปให้เสร็จสรรพเพราะคนที่แทนคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากที่สุดต้องเป็นพอร์คแน่ๆ
"อ... อ๋า!?"
"!" ก่อนที่แทนจะเหนี่ยวไกปืนนั้นเขาได้รู้สึกถึงสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งที่เข้ามาในนี้ เขาดึงปืนออกมาจากปากของพอร์คแล้วกระหน่ำยิงไปด้านหลังของตัวเองทันที
ปังๆๆๆๆ! "กี๊~!" มีกิ้งก่าปรากฏตัวขึ้นมาจากเงามืดซึ่งมันถูกกระสุนยิงจนตายคาที่ ชุดของมันเป็นชุดพรางแบบพิเศษที่ดูดกลิ่นตัวของมันไว้ทำให้ไม่สามารถจับกลิ่นของมันได้
"ฮึ่ม!" พอร์คถือโอกาสที่แทนกำลังเผลออยู่นี้ตะเกียกตะกายไปหยิบปืนลูกซองแฝดที่อยู่ในตู้เก็บของออกมาแล้วเล็งไปที่แทน
"!" แทนรีบวิ่งหลบหลังกำแพงเพื่อให้พ้นวิถีกระสุน
เปรี้ยง! พอร์คยิงถูกกำแพงที่แทนหลบอยู่ข้างหลังจนพรุนเป็นรู
"หนอย..." มันเปิดลำกล้องปืนแล้วรีบใส่กระสุน แต่แทนก็โผล่ออกมาแล้วยิงโดนขาอีกข้างของมันก่อนที่มันจะบรรจุกระสุนเสร็จ
โป้ง! "อุ๊บ!" พอร์คทรุดลงไปอีกครั้งคราวนี้แทนเล็งไปที่หัวของมันและเหนี่ยวไกอย่างไม่ลังเล
แชะ!
"!?" ปรากฏว่ากระสุนปืนพกของแทนดันหมดพอดี
"กร๊อด~! ตายซะ" พอร์คหันลำกล้องปืนลูกซองไปหาแทนแต่ระหว่างนั้น...
กร๊วม! จู่ๆ แขนขวาของพอร์คก็แหว่งออกเหมือนถูกตัวอะไรสักอย่างที่มองไม่เห็นกัดและกระชากออกไป
"อ๊ากก!" พอร์คแหกปากร้องออกมาในขณะที่แขนข้างที่แหว่งถูกดึงอย่างแรงจนขาดสะบั้น
"...สเลป?"
...อย่างที่แทนเดาไว้ สเลปแสดงตัวออกมาให้แทนเห็นซึ่งในปากของมันกำลังคาบแขนของพอร์คอยู่ ที่แท้มันก็ล่องหนได้นั่นเอง มันแอบตามเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกัน
"ส... ส... สัตว์ประหลาด" พอร์คตกใจกลัวอย่างมากจนแทบจะลืมความเจ็บปวดเมื่อกี้นี้ไปเกือบหมด สเลปแยกเขี้ยวแสยะยิ้มเผยให้เห็นฟันที่เต็มไปด้วยคราบเลือด
"นายคงจะหิวสินะสเลป..." แทนยิ้มออกมาเล็กน้อย
"ย... อย่าฆ่าหรือกินข้าเลยนะได้โปรดเถอะ" พอร์คพยายามร้องขอชีวิต แทนทำตาขวางจ้องไปที่พอร์คอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า
"ไอ้บาทหลวงบูรอนเจ้านายของแก... มันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องที่เกิดขึ้นกับเอลฟรานใช่ไหม?"
"ช... ใช่แล้วล่ะครับๆ" พอร์ครีบตอบแบบทันควัน
"ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน?"
"อ... ออกเดินทางไปเมืองหลวงตั้งแต่ตอนเช้าแล้วครับ"
"...ดีมาก... ในเมื่อแกอุตส่าห์ยืนยันให้แล้ว... ฉันจะปล่อยแกไป..." แทนลดปืนลงแล้วหันหลังเดินออกไป
"จ... จริงเหรอครับ?"
"ให้สเลปกินนะ..."
"หา!?"
...
เช้าวันต่อมามีคนพบศพของเอลฟรานอยู่ในโบสถ์ร้างและในเวลาที่ใกล้เคียงกันที่บ้านของพอร์คก็ถูกรื้อกระจุยกระจายโดยมีหมูป่าถูกเชือดคอไปหนึ่งและถูกยิงเสียอีกหนึ่ง ส่วนศพของพอร์คนั้นสภาพดูไม่ได้เลย เหมือนถูกกินทิ้งกินขว้างไปอย่างเสียเปล่า...
หลังจากที่พวกชาวบ้านได้ทราบข่าว พวกเขาก็ออกตามล่าตัวของแทนกันยกใหญ่ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครหาตัวเขาเจอ...
...
แทนกำลังเดินไปตามถนนที่เงียบสงบและเปล่าเปลี่ยว เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกนานสักเท่าไหร่ เขาไม่สามารถถอยหลังกลับไปได้อีกแล้ว... เขาต้องเดินหน้าต่อไป โดยมีจุดหมายอยู่ที่เมืองหลวง... เขาจะต้องกำจัดเจ้าบาทหลวงโฉดนั่นให้ได้ ...ไม่ว่าจะต้องฆ่าอีกสักกี่คนก็ตาม
สักวันหนึ่งแกต้องได้เจอกับฉันแน่...
จบภาค
...
สำหรับเรื่องของเขาในอดีตก็จบลงแต่เพียงเท่านี้แหละครับ การดำเนินเนื้อเรื่องอาจจะดูเร่งรีบไปหน่อยเพราะผมพยายามที่จะยัดๆ Concept โดยสรุปเข้าไปทั้งหมด (ผมถึงตั้งให้มันเป็น Prototype น่ะครับ) อาจจะมีอยู่บางช่วงที่ลวกๆ ไปบ้างก็ขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วยนะครับ ^_^'
Want more gore and blood? "Death Bringer: Prototype - Present" is coming soon...
Edit by Alsagoz - 01 เม.ย.52 เวลา 19:13:05 น.
|
 |