ฮาจัง
หมีหลังแดง

ปาจี๋เฉวียนหรือหมัดแปดปรมัตถ์

ปาจี๋ เฉวียน (ออกเสียงแบบจีนแมนดาริน หรือจีนกลาง ถ้าออกเสียงแบบแต้จิ๋ว คือ โป้ยเก๊ก)
ปา แปลว่า แปด
จี๋ แปลว่า สุดยอด
เฉวียน แปลว่า หมัดหรือมวย
แปลง่ายๆว่าหมัดแปดสุดยอด เรียกเท่ๆก็หมัดแปดปรมัตถ์
ภาษาญี่ปุ่นเรียก " ฮัคเคียกเคน "

ปาจี๋เฉวียน
เป็นวิชามวยอันทรงพลัง เคลื่อนกำลังจากพื้น ส่งแรงด้วยการกระแทกเท้า ยามใช้รวดเร็วฉับพลัน ใช้หลักอิงแอบประชิด ป้อง ประคอง เกาะติด จู่โจมด้วยการอัด พุ่ง กระแทก งัด และชน มุ่งฝึกอวัยวะทั้งแปดส่วน ศรีษะ ไหล่ ศอก มือ เอว สะโพก เข่า เท้า แสดงพลังราวกับระเบิดออกไปทั้งแปดทิศ ดูภายนอกท่าร่างแข็งกร้าว แต่ภายในอ่อนไหว ลื่นไหลเชื่อมโยงส่งแรงซับซ้อน กระบวนท่าเรียบง่ายแต่เด็ดขาดรุนแรง
ประวัติ...(โดยตำนาน)
คนแรกที่เชื่อว่ากำเนิดปาจี๋เฉวียนคือ อู๋ จง เขาเกิดในช่วงของราชวงศ์ชิง ในรัชสมัยของซุ่นจื่อ(Shunzhi)มีชีวิตอยู่ตลอดช่วงรัชสมัยคังซี(Kangxi)และเสียชีวิตช่วงเวลาไม่นานก่อนช่วงรัชสมัยหย่งเจิ้น(Yungzhen) ตามการบันทึกทางประวัติศาสตร์แขวงคาง(Cang) อู่จง เป็นคนจากหมู่บ้านMong ของแขวงCangตะวันออกเฉียงใต้ได้ฝึกปาจี๋ฉวนและศิลปะของต่อสู้จากนักบวชเต๋า 2 คน นักบวช ไล (Lai)และลูกศิษย์ของเขา ที่มาของนักบวช2คนเหล่านี้ไม่ชัดเจนแต่พวกเขาการคือกบฎแมนจูเรียซึ่งปลอมตัวจากการถูกสงสัย. ในช่วงระยะเวลาของราชวงศ์ชิง กบฏกู้หมิงหลายคนปลอมตัวเป็นนักบวชศาสนาพุทธหรือเต๋า เพื่ออำพรางตนและเพื่อวางแผนและดำเนินการล้มล้างแมนจู
ครูมวยปาจี๋ที่มีชื่อเสียง คือ ท่านหลีสู่เหวิน(1864-1934)ฉายา"ทวนเทพเจ้า"เกิดในหมู่บ้านจางซา(Zhangsha)ของแขวงคาง(Cang). เพราะว่าชื่อเสียงของเขาและฝีมืออันสูงส่งซึ่งเขาไม่เคยพ่ายแพ้ใคร ทำให้เขามีศิษย์มาก เช่น Li Jingling, Ren Guodong, Zhang Xiangwu, Na Yukuen, Liu Huchen และ Liu Xudong ลูกศิษย์ของ อ.Li คือ Huo Diange ต่อมาได้เป็นองครักษ์และอาจารย์ ของจักรพรรดิองค์สุดท้าย ฟูยี
ศิษย์คนสุดท้ายของ อ.หลี สู่ เหวิน คือ อ.หลิว หยุน เฉียว (หรือหลิว หวินเฉียว) ครูมวยผู้ฝึกสอนทหารองครักษ์ของประธานาธิปบดีใต้หวัน เจียง ไค เช็ก ท่าน อ.หลิวมีลูกศิษย์มากมาย และทำให้ปาจี๋เฉวียนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ที่มาโดยสังเขป...

ปาจี๋เฉวียน
มีถิ่นกำเนิดในมลฑลเหอเป่ย อำเภอชาง ตำบลตงหนาน
ในท้องถิ่นเรียนมวยนี้ว่าปาจื่อเฉวียน
เนื่องจากทางภาคเหนือของจีนคำว่าปาจื่อออกเสียงเดียวกับคำว่าปาจื่อที่แปลว่าจอบ(มีตัวจินอยู่ข้างหน้า)
บางครั้งก็ใช้ปาจื่อเป็นตัวย่อของปาจื่อ(จอบ) เนื่องจากเขียนง่ายกว่า
ดังนั้นจริงๆแล้วชื่อเดิมคือปาจื่อเฉวียน(มวยจอบ)

ชื่อมวยจอบนั้นได้ชื่อมาจากรูปมือซึ่งการงอนิ้วทำมือเป็นรูปจอบซึ่งใช้ขุดดินทางภาคเหนือ

ในราชวงศ์หมิง แม่ทัพผู้โด่งดัง
ชีจี้กวง(ผู้นำทัพปราบญี่ปุ่นทางตอนเหนือของจีนในเวลานั้น)ก็ได้บันทึกในหนังสือจี้เซี่ยวซินซู
ถึงปาจื่อเฉวียนไว้อยู่ตอนหนึ่งว่าเป็นมวยที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในเวลานั้น

แสดงให้เห็นว่ามวยปาจื่อเฉวียนนั้นมีมาตั้งแต่ราชวงศ์หมิงแล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่ว่าพึ่งมีขึ้นในราชวงศ์ชิง
สมัยคังซี โดยท่านอู๋จงตามที่เล่ากันมา

แต่เนื่องจากทางภาคเหนือของจีน คำว่าปาจื่อ กับปาจี๋ ออกเสียงคล้ายกัน และสมัยก่อนไม่มีการจดบันทึก
จึงทำให้เสียงเพี้ยนไป และนอกจากนี้ คำว่าปาจื่อนั้นความหมายไม่เพราะ
จึงแก้เป็นปาจี๋เฉวียน(มวยแปดปรมัตถ์) ตามลักษณะแปดท่า แปดทิศทาง แปดส่วน(แปดอวัยวะ)

แต่แท้จริงแล้วปาจื่อเฉวียนเริ่มกำเนิดเมื่อไหร่นั้นไม่ทราบได้ เพราะหลักฐานต่างๆไม่มีแล้ว
แต่ในท้องถิ่นสมัยก่อนนั้นมวยนี้เป็นการแสดงศิลปะอย่างหนึ่ง(คล้ายๆงิ้ว)
ต่อมาจึงพัฒนาเป็นมวยที่มีชื่อในท้องถิ่น และได้บันทึกไว้ตั้งแต่ราชวงศ์หมิง ดังกล่าว

สมัยก่อนมวยนี้เป็นความลับในท้องถิ่น แต่ต่อมาที่ในชางโจวห่างไป 70 ลี้(35กิโลเมตร)
ได้กลายเป็นแหล่งกำเนิดของปาจี๋เฉวียน และยังมีมวยในท้องถิ่นที่นิยมฝึกกันอีกมวยนั้นก็คือ พิกัวจ่าง(ฝ่ามือพิฆาต)
ทำให้ผู้ฝึกมวยปาจี๋ส่วนใหญ่ฝึกพิกัวเสริมด้วย
ในสมัยราชวงศ์ชิง รัชกาลถงจื้อ มลฑลเหอเป่ย อำเภอชาง ตำบลตงหนาน หมู่บ้านจางซา

ท่านปรมจารย์ หลี่ซูเหวิน (ญี่ปุ่นออกเสียง ลี โช บุง)ได้ถือกำเนิดดที่นี่ !!

ท่านหลี่ซูเหวินมีชื่อรองคือถงเฉิน ครอบครัวมีอาชีพชาวนา ในวัยเด็กได้เรียนมวยกับจินเตี้ยนเซิง
โดยได้เรียนปาจี๋เฉวียนกับต้าเชียงซู่(วิชาทวนใหญ่) ที่หมู่บ้านเมิ่ง ต่อมาจึงได้เรียนพิกว่าจ่างด้วย
ท่านหลี่มีความเชี่ยวชาญใน”จ้างปาลิ่วเหอต้าเชียง”มาก(ทวนใหญ่หกประสานยาว 1.8 จ้าง ก็ราวๆ3เมตรครึ่งได้ อย่างกะเสาธง - -")
จนได้รับฉายาว่า”เสินเชียงหลี่”(ทวนเทพแซ่หลี่) เคยเดินทางประลองที่มลฑลเหอเป่ย,เหอหนาน,ซานตง
,และทุกๆมลฑลของภาคอีสาน โดยไม่เคยแพ้ใคร คนที่เรียนกับหลี่ซูเหวินมีเยอะมากนับไม่ถ้วน
เหล่าศิษย์ที่โด่งดังนั้นได้แก่
ฮั่วเตี่ยนเก๋อ,ซวี่หลานโจว,เยริ่นกว๋อต้ง,หลิวหู่เฉิน,จางเซียงอู่,น่าอิ้วคุน,หานฮว่าเฉิน,จ้าวซู่เต๋อ,
เป่าซื่อหลง,ซวีจื้อชิง,ติงจ้งเจี๋ย,หลิวหวินเฉียว และหลิวซวี่ตง(หลาน อ.หลี่)
โดยท่านหลี่นั้นตอนแรกไม่ยอมรับศิษย์ จนถึงวัยกลางคน ท่านได้รับน้ำใจจาก
ฮั๋วเตี่ยนเก๋อมากมายจนเกิดความซาบซึ้งจึงยอมรับเป็นศิษย์ ต่อมาฮั่วเตี่ยนเก๋อถูกเสวียนถ่ง(จักรพรรดิ์ฟูยี หรือฮ่องเต้องค์สุดท้ายของจีน)
ได้เชิญท่านไปยังตงเป่ย ไปเป็นอาจารย์มวยให้กับราชองครักษ์
ท่านหลี่เคยออกเดินทางไปหลายๆที่(เอาตังส์เดินทางมาจากไหนก็ไม่รู้ เหมือนในหนังกำลังภายในเลย)
จนเมื่อแก่แล้วจึงเดินทางกลับอำเภอชาง ต่อมาถูกบ้านสกุลหลิวว่าจ้างให้สอนมวยแก่บุตรชาย คือหลิวหวินเฉียว
อยู่สิบกว่าปี และท่านหลิวก็ได้เป็นศิษย์คนสุดท้ายของท่านหลี่
ลูกศิษย์ท่านหลี่ในยุคนั้น ได้แก่ ชวี่หลานโจว,เยริ่นกว๋อต้ง,จางเซียงอู่,หน่าอิ้วคุน,หลิวหู่เฉิน,หลิวซวี่ตง
ฯลฯ ล้วนเป็นนายทหาร หรือระดับแม่ทัพ ได้มีการส่งลูกหลาน หรือทหารลูกน้องมาเรียนกับท่านหลี่ โดย
หม่าฟ่งถู,อิงถู,ชางถู สามพี่น้อง เคยเรียนพิกวาจ่าง ต่อมาก็ได้เรียนปาจี๋จากทางสำนักของท่านหลี่
เฟิ่งถูเคยเป็นนายอำเภอ ได้เรียนหลายมวย ต่อมาคิดค้นมวยเจี้ยนจงเฉวียนได้ ส่วน อิงถู อยู่นานจิง
เผยแพร่ปาจี๋เฉวียนที่ จงยากว๋อซู่กว่าน(สถาบันศิลปะแห่งชาติ) โดยได้เป็นอาจารย์ที่นั่น ส่วนชางถู
เป็นทหาร มีเรื่องกับทหารทัพอื่นแล้วตาย
หางฮว่าเฉิน,จ้าวซู่เต๋อ เคยเรียนพิกว่าจ่างเหมือนสามพี่น้องสกุลหม่า
ต่อมาได้เรียนปาจี๋กับท่านหลี่ซูเหวิน ได้เป็นอาจารย์ที่จงยากว๋อซู่กว่านกับหม่ายิงถู
ซึ่งท่านหลี่หยวนจื้อ ก็เติบโตและเรียนปาจี๋จากทั้งสามท่านจากที่นี่
ที่จงยากว๋อซู่กว่านนั้น ปาจี๋เฉวียนเป็นวิชาหลักที่ต้องเรียน
จึงทำให้ปาจี๋จากภาคเหนือใช้นานจิงเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ไปสู่ทางใต้
ต่อมาท่านหลี่หยวนจื้อได้ลี้ภัยไปไต้หวันตามกว๋อหมินตั่ง และได้สอนทหารที่นั่น
ส่วน หลิวหวินเฉียว ซึ่งในวัยหนุ่มได้เป็นสายลับอันดับหนึ่งของจีน(และเป็นมือสังหารที่ร้ายกาจซะด้วย)
ได้ลี้ภัยมาอาศัยอยู่ที่ไต้หวัน ด้วย ท่านหลิวหรืออาจารย์หลิวได้รับเชิญเป็นอาจารย์ฝึกสอนพิเศษให้กับบุคลากรของรัฐบาลไต้หวัน และมีลูกศิษย์มากมายในภายหลัง (ในการตูนเรื่องเคนจิ เขียนถึงด้วย คาดว่าคนเขียนการตูนเรื่องนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ฝึกมวยปาจี๋ สายอาจารย์หลิวนี่แหละ)

ภายหลังยุคปฎิวัติของจีนผ่านพ้นไป ไต้หวันเลยกลางเป็นแหล่งใหญ่ของมวยปาจี๋ไปในที่สุด

หมายเหตุ มวยปาจี๋ พึ่งมาโด่งดังในยุคของท่านอาจารย์หลี่สู้เหวินเท่านั้น ก่อนหน้านั้นปาจี๋ ถือเป็นมวยเก่าแก่ของท้องถิ่นจีนทางเหนือ
ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ถือเป็นมวยภายนอกที่ใช้กำลังดิบเถื่อนเข้าว่า(แต่ก็ไม่ได้กระจอกนะ) ยังคงมีสืบทอดกันอยู่หลายสาย เช่น สายไคเหมิน สายเฉียง เป็นต้น
จนมาถึงยุคของท่านหลี่ มวยปาจี๋ ถูกยกระดับและขัดเกลาจนกลายเป็นมวยภายใน โดยคงแนวทางมวยดั้งเดิมที่รุนแรง เด็ดขาด ดุดัน ไร้ความปราณี (ตามนิสัยของอาจารย์หลี่ เด๊ะๆ)

เท่าที่เคยดูๆมายังไม่เคยเห็นมวยปาจี๋ในหนังเรื่องไหนเลย อาจเพราะว่าท่ามันเรียบง่ายไม่หวือหวาสวยงาม
นอกจากในเกมส์หรือการตูนญี่ปุ่นบางเรื่อง เช่นเกมส์ เทคเคน ( จูเลีย มิเชล พอล ใช้มวยนี้โดยเฉพาะพอล โปรไฟล์มันบอกว่าใช้คาราเต้โอกินาว่า แต่ท่าหมัดตรงปาจี๋,ศอกกระแทกใจ,หลังกระแทกภูผาเหล็ก,เตะห่วงสัมพันธ์เอย มันท่าปาจี๋ชัดๆ)
อีกเกมส์ที่เห็นก็เวอร์ชวลไฟเตอร์ ตัวเอก ยูกิ อากิระ ใช้มวยปาจี๋ (แน่ๆ!!~)
ในหนังสือการ์ตูน เท่าที่เคยอ่านมาก็มีเรื่อง เคนจิ ,อีจิส(ชื่อไทย ขวางทางมัจจุราชคนเขียนคนเดียวกับเคนจิ) เป็นต้น

ปล. ที่จริงปาจี๋ ไม่ใช่มวยที่รู้จักกันในวงกว้าง สุดยอดมวยภายในของจีน มีสามมวย คือไท่จี๋(ไท่เก๊กตามเสียงแต้จิ๋ว)สิงอี้(ญี่ปุ่นเรียกเฮอิเคนชื่อไทยก็มวยเจตรูป หาดูได้ในการตูนเรื่องหุ่นเชิดสังหาร กับหนังเรื่องเดอะวัน เจท ลี ผู้ร้ายใช้) กับปากัวหรือ ปากว่าจ่าง (อันนี้หาดูได้ในเดอะวันเช่นกันเจท ลี พระเอกใช้ กะดูได้จากเสี่ยวหยู ในเกมส์เทคเคนภาค3-4)ปาจี๋ โดนจัดลำดับไว้เป็นมวยที่4 แต่ยังเป็นที่รู้จักกันไม่กว้างขวางเท่าสามมวยแรก น่าแปลกที่คนไทยรู้จัก ไท่จี๋/ไท่เก๊ก แค่ว่าเป็นมวยที่รำช้าๆสำหรับคนแก่เพื่อสุขภาพเท่านั้น ทั้งๆที่ 10 ยอดยุทธของจีน ไท่จี๋ คงความร้ายกาจที่อันดับหนึ่ง ส่วนสิงอี้ แทบไม่เป็นที่รู้จักกันเลยในเมืองไทย ปากัวก็พอๆกับสิงอี้ คนส่วนใหญ่แค่ได้ยินชื่อยังแทบจะไม่เคยจะได้ยินเสียด้วยซ้ำ แต่ในต่างประเทศ3มวยที่กล่าวมาเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงศิลปะการต่อสู้ น่าแปลกที่ปาจี๋คนไทยกลับรู้จักกันดี(จากการตูนและเกมส์ ชื่ออาจจะไม่รู้จัก แต่ท่ามวยคุ้นเคยแน่ๆ ^ ^;;)
ไว้โอกาศหน้า จะเอาเรื่องราวและรายละเอียด ของสามมวยภายในคราสสิก ไท่จี๋ สิงอี้ ปากัว มาให้อ่านละกัน ขอเวลาค้นคว้าก่อน

อีกนิด....

http://www.wutang.org/styles/demo/baji_film.wmv <<<อ่านจบแล้วยังนึกภาพไม่ออกก็ลองโหลดไปดูละกัน

ข้อมูลจาก : บทความประวัติมวยปาจี๋ ของอาจารย์ เหลียง เต๋อหว่า สำนักเสี้ยวเฉิน
เรียบเรียง By : หมีหลังแดง

หารายละเอียดดูได้ที่ http://www.geocities.com/muaypainai/




Edit by ฮาจัง - 27 ก.พ.48 เวลา 05:50:11 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 27 ก.พ.48 เวลา 05:49:25 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 8 จากทั้งหมด 8 Reply

หลี่เยี่ยนคุน
นักวาดประจำSeeG

ข้อมูล...เอี้ยดเลยแฮะ ยอดมาก ^_^b
ไปหามาได้ครบเครื่องจริงๆ สมแล้วที่เป็นผู้ศึกษาทางนี้อย่างแท้จริง

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 27 ก.พ.48 เวลา 07:16:10 น.

noz
ช่างไฟฟ้าฝึกหัด

แน่น - -''

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 27 ก.พ.48 เวลา 10:29:49 น.

Thaina Yu
หมาเขียวรักกระต่าย

อีกเกมครับ ผมว่า หล่ง กับเฉินหลง ใน Bloody Roar ใช้มวยนี่ชัวร์

ลง+เฉียง+หน้า+ต่อย ชัวร์
เคนจิ...เก่ามากแล้วนะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 27 ก.พ.48 เวลา 12:41:20 น.

ฮาจัง
หมีหลังแดง

หลง ในเกมBloody Roarใช้ผสมสองมวยครับ ไปกดท่าดูแล้ว ใช้ปาจี๋ผสมสิงอี้ เห็นชัดในซูปเปอร์คอมโบเลย ออกท่าปาจี๋ เป็นชุดๆ (ไอ้หมัดรัวนั่นน่ะ)แต่จบคอมโบด้วยเปิงเฉวียน(หมัดทะลาย)เฉยเลย - -"

Edit by ฮาจัง - 27 ก.พ.48 เวลา 12:47:36 น.

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 27 ก.พ.48 เวลา 12:45:20 น.

บรู๊สลี
นักเรียนที่งีบหลับอยู่หลังห้อง

เนื้อหาแน่นจริงๆ
/me ไปหาแซะเคนจิมาอ่านอีกรอบ

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 27 ก.พ.48 เวลา 13:02:46 น.

เด็กสีฟ้าจากนรก (เฮลบลูบอย)
คนขายน้ำหวาน

ว่าแล้วก็กลับไปรื้อเคนจิมาอ่าน

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 27 ก.พ.48 เวลา 13:15:55 น.

Kamura
ล่ามในแดนปลาดิบ

ความรู้แน่นปึ้ก...
แต่คงได้แค่มองแหละher

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 28 ก.พ.48 เวลา 08:19:14 น.

A little lamb who passes by
เนื้อเหนียวกินไม่อร่อย

ไปซื้อเคนจิมาอ่านดีกว่า grin

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 28 ก.พ.48 เวลา 17:36:23 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 8 จากทั้งหมด 8 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ